Showing posts with label Paradise Park. Show all posts
Showing posts with label Paradise Park. Show all posts

Friday, January 28, 2011

COMPETITION HEAT UP IN EASTERN BANGKOK

Retail competition in eastern Bangkok will grow more intense this year with major new marketing strategies by three giant retailers aimed at capturing demand and rising purchasing power in the area.
 
 

Siam Piwat Co, operator of the Paradise Park shopping complex on Srinakarin Road, has earmarked 50 million baht to spur demand at the retail complex with a special midnight sale from Jan 28-30.

Customers can receive discounts of 30-90% from 700 tenants.

The company is also arranging Chinese New Year campaigns at its two inner-city malls - Siam Discovery and Siam Center.

The combined campaigns are expected to see 4 billion baht circulate.

Monday, January 10, 2011

เปิดพื้นที่"ค้าปลีก"ใหม่6แสนตร.ม. "ROBINSON"ร่วม"MEGA BANGNA"ลุยโมเดลห้างขนาดย่อม


เปิด พื้นที่รีเทลใหม่ปี"54 คาดทะลุ 6 แสน ตร.ม. รายใหญ่-บิ๊กเนมมาครบ เร่งขยายสาขาครอบคลุมทุกพื้นที่ "เซ็นทรัล-เอ็มบีเค-สยามฟิวเจอร์-ธนิยะ-กลุ่มแลนด์ฯ" ร่วมเปิดศึกแข่งขันค้าปลีกรอบใหม่ ชี้ดีมานด์ยังทะลัก-กำลังซื้อมีต่อเนื่อง ด้านโปรเจ็กต์ยักษ์ "เมกะบางนา" เคาะสรุปโมเดลห้างสรรพสินค้า ดึง "โรบินสัน"ร่วมขบวน



เป็น ที่แน่นอนแล้วว่า ห้างสรรพสินค้า "โรบินสัน" กลายเป็น 1 ใน 5 แม่เหล็กที่ จะเข้ามาเติมเต็มโครงการเมกะบางนา ศูนย์การค้าขนาดใหญ่ พื้นที่ 4 แสน ตร.ม. หลังจากได้เจรจากับผู้ประกอบการห้างสรรพสินค้าในหลาย ๆ กลุ่มมาอย่างต่อเนื่อง จากก่อนหน้านี้ เมกะบางนาได้เปิด แม็กเนตหลักไปแล้ว 4 ตัว คือ อิเกีย, โฮมโปร, บิ๊ก ซี และเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ โดยเชนเฟอร์นิเจอร์รายใหญ่จากสวีเดน "อิเกีย" พร้อมที่จะเปิดนำร่องก่อนเดือนพฤจิกายน 2554 ด้วยพื้นที่ 4 หมื่น ตร.ม. ส่วนที่เหลือจะเปิดเต็มรูปแบบช่วงเดือนมีนาคมของปีถัดไป

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า โมเดลของโรบินสัน สาขาเมกะบางนา มีขนาดพื้นที่ 1.7 หมื่น ตร.ม. ไปพร้อมกับท็อปส์ ซูเปอร์มาร์เก็ต โดยจะโฟกัสในกลุ่มสินค้า และคัดเฉพาะบางไลน์อัพของสินค้าที่ตรงกับความ ต้องการของกลุ่มลูกค้า และจะเปิดตัว พร้อมโครงการในเดือนมีนาคม 2555 โดยโรบินสันเปิดสาขาที่ 24 ล่าสุดที่จังหวัดตรัง เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ซึ่งในปีนี้เปิดเพิ่มอีก 3 สาขา คือ เชียงราย พิษณุโลก และพระราม 9 และปีหน้าร่วมกับโครงการ เมกะบางนา

นอก จาก "อิเกีย" ที่คาดว่าจะเป็น 1 ในตัวหลักที่เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในรูปแบบการปรับตัวและการแข่งขันใน ธุรกิจ ค้าปลีกแล้วนั้น ปี 2554 ยังเป็นปีที่มีพื้นที่รีเทลใหม่ๆ เกิดขึ้นอีกจำนวนมาก โดยเฉพาะในรูปแบบศูนย์การค้าและคอมมิวนิตี้มอลล์ รวมกันแล้วประเมินว่าจะมีมากกว่า 6 แสน ตร.ม. และส่วนใหญ่เป็นการเดินหน้าขยายธุรกิจของกลุ่มทุนรายใหญ่แทบทั้งสิ้น



นายกอบ ชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอ็น ชี้ว่า แนวโน้มธุรกิจค้าปลีกปี 2554 จะกลับเข้าสู่สถานการณ์ปกติ ประกอบกับเศรษฐกิจในประเทศที่เติบโตดีขึ้น กำลังซื้อของตลาดปรับตัวสูงขึ้น ตามฐานเงินเดือนที่ปรับเพิ่มขึ้น ล้วนส่งผลดีต่อธุรกิจค้าปลีกที่มีโอกาสขยายตัวได้ถึง 10%

สอด คล้องกับแผนการลงทุนของซีพีเอ็น ในช่วง 3 ปีจากนี้ ด้วยงบฯลงทุนปีละ 7-8 พันล้านบาท สำหรับขยายธุรกิจในประเทศและต่างประเทศ คือ จีน อินเดีย และเวียดนาม ควบคู่กับการเปิด 3 ศูนย์การค้าใหม่ คือเซ็นทรัลเชียงราย, พิษณุโลก และพระราม 9 รวมพื้นที่กว่า 3.5 แสน ตร.ม. จากปัจจุบันมี 15 สาขา ซึ่งจะทำให้เป้าเติบโต 14-15% ภายในปี 2554 รวมถึงการเปิดโฉมใหม่ของเซ็นทรัลลาดพร้าวในเดือนสิงหาคม, การปรับปรุงสาขาปิ่นเกล้าที่แล้วเสร็จ, การเปิดเซ็นทรัลเวิลด์เต็มพื้นที่รวมถึงห้างสรรพสินคาเซน ที่พร้อมจะกลับมาเปิดเต็มรูปแบบในเดือนกันยายน ล้วนเป็นปัจจัยบวกหนุนการเติบโตของบริษัท

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า โมเดลเซ็นทรัล พลาซาพระราม 9 จะมีห้างโรบินสันเป็น แม่เหล็ก เตรียมเปิดตัวไตรมาส 4 ด้วย คอนเซ็ปต์เรียลิสติค ฟิวเจอร์ (realistic future) ในพื้นที่โครงการ 1.19 แสน ตร.ม., เชียงราย พิษณุโลก เปิดไตรมาส 3 ด้วยพื้นที่มากกว่า 1 แสน ตร.ม. และเชียงราย ขนาดพื้นที่ 1.3 แสน ตร.ม. ที่พร้อมเปิด ต้นปี รองรับลูกค้าในเชียงราย จังหวัด ใกล้เคียง และประเทศเพื่อนบ้าน

นอก จากนี้ ในพื้นที่ย่านดังกล่าว ยังมี โครงการเดอะไนน์ พระราม 9 ขนาด 1.3 หมื่น ตร.ม. คอมมิวนิตี้มอลล์ของกลุ่มเอ็มบีเคเซ็นเตอร์ ที่จะเปิดในปี 2554 นี้เช่นเดียวกัน

ด้าน นายประเสริฐ ศรีอุฬารพงศ์ กรรมการบริหาร บริษัท แอล แอนด์ เอช พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด ในเครือแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ผู้บริหารศูนย์การค้า "เทอร์มินอล 21" กล่าวว่า เทอร์มินอล 21 พร้อมเปิดในเดือนกรกฎาคม 2554 ด้วยขนาดพื้นที่ 4.5 หมื่น ตร.ม. มูลค่าโครงการ 6 พันล้านบาท รองรับกลุ่มเป้าหมายที่เป็นคนทำงานในพื้นที่อโศกและบริเวณใกล้เคียง เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีกำลังซื้อสูง

"จาก นี้ไป การขยายธุรกิจกลุ่มแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มีแผนลงทุนพัฒนาโครงการศูนย์การค้ามากขึ้น เนื่องจากธุรกิจค้าปลีกยังขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการลงทุนในทำเลต่างจังหวัดที่มีศักยภาพ"

สอด คล้องกับมุมมอง นายนพพรวิฑูรชาติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) หรือเอสเอฟ วิเคราะห์ว่า ตลาดค้าปลีกยังเดินหน้าขยายตัวได้ดี ดูจากภาพการลงทุนของผู้ประกอบการหลายๆ โครงการที่พร้อมจะเปิดตัว รวมทั้งซัพพลายเออร์ ร้านค้าต่างเข้าไปจองพื้นที่ และขยายสาขาตามศูนย์ใหม่ ๆ เช่นเดียวกับภาพกำลังซื้อของลูกค้า ซึ่งแม้ว่าจะมีโครงการใหม่ ๆ เตรียมเปิดอีกหลายแห่งในปี 2554 ในกรุงเทพฯ แต่ก็ยังมองว่าไม่เต็ม และมีอีกหลายทำเลที่สามารถเปิดเพื่อรองรับกำลังซื้อของตลาด โดยเฉพาะเส้นบางนาตรงมาจากสุขุมวิท ที่มีกำลังซื้อสูง จะเป็นตัวเร่งให้เกิดภาพการแข่งขันค้าปลีกที่มากขึ้นควบคู่กับภาพของโครงการ อสังหาริมทรัพย์ที่จะมีเกิดขึ้นใหม่ ๆ ตามมาอีกจำนวนมาก

ทั้ง นี้ การลงทุนของเอสเอฟ ในปี 2554 วางงบฯลงทุนประมาณ 1 พันล้านบาท โฟกัส 2 โครงการ คือ ขยายเฟสต่อในโครงการเกษตรนวมินทร์ และพัฒนาที่ดิน 14 ไร่ ด้านหลังศูนย์การค้าดิ เอสพลานาด เป็นคอมเพล็กซ์ เติมความครบเครื่องทั้งในส่วนพื้นที่รีเทล โรงละคร-คอนเสิร์ต และสำนักงานให้เช่า โดยจะเริ่มลงมือก่อสร้างกลางปีนี้และเปิดในปี 2555 ส่วนเฟส ต่อขยายนวมินทร์เริ่มแล้วพร้อมเปิดใน ปีนี้ ปัจจุบันกลุ่มสยามฟิวเจอร์มีโครงการคอมมิวนิวตี้มอลล์กว่า 30 โครงการ

นอก จากนี้ ปี 2554 ยังเป็นปีแห่งโอกาสของกลุ่มเจ้าของที่ดินเก่าในหลากหลายธุรกิจที่ต่างมอง เห็นโอกาสจากการเติบโตของธุรกิจรีเทล อาทิ กลุ่มทุน "ธนิยะ" ขยายการลงทุน 2.5 พันล้านบาท บุกตลาดค้าปลีกด้วยคอมมิวนิตี้มอลล์ย่านศรีนครินทร์ พื้นที่ 7 หมื่น ตร.ม. ด้วย คอนเซ็ปต์ "ช็อป...ใกล้ชิดธรรมชาติ" เจาะ กลุ่มแมส-บี พร้อมแกรนด์โอเพนนิ่งธันวาคม หากผลตอบรับดีเตรียมขยับเปิดตลาดย่านถนนเพลินจิต ซึ่งมีพื้นที่ผืนงามในมือเตรียมไว้แล้ว รวมถึงกลุ่มทุนสิ่งทอที่จะเปิดตัวโครงการ "เดอะเซอร์เคิล" ถนนราชพฤกษ์ มีนาคม 2554 บนพื้นที่ 21 ไร่





ยืน ยันออกจากปาก "กอบชัย จิราธิวัฒน์" คีย์แมนศูนย์การค้าเซ็นทรัลแล้วว่า พื้นที่ 1.25 แสน ตร.ม. "เซ็นทรัล บางนา" จะต้องถูกปรับโฉม ยกระดับเพื่อรับการแข่งขันของสมรภูมิค้าปลีก กรุงเทพฯตะวันออก ที่ฮอตและแรงต่อเนื่องตลอดช่วงปีที่ผ่านมา

โดย เฉพาะหลังการประกาศเปิดโครงการ "เมกะบางนา" ของกลุ่มทุนสวีเดน อิเกีย และสยามฟิวเจอร์ดีเวลลอปเม้นท์ รวมถึงการเทกฯกิจการศูนย์การค้าเสรีเซ็นเตอร์สู่ "พาราไดซŒ พาร์ค" ของกลุ่มสยามพิวรรธน์และเอ็มบีเค เซ็นเตอร์ ที่คงไม่มีใครปฏิเสธว่า มีส่วนสำคัญที่ก้าวเข้ามาปลุกค้าปลีกชานเมืองทั้งย่านจากที่เคยนิ่ง ๆ ต่างคนต่างอยู่ ต่างคนต่างมีกลุ่มลูกค้าตัวเอง ให้ลุกขึ้นมาขยับแข้งขยับขา ปรับและเติมศูนย์การค้าให้สดชื่น ทันสมัย มีแม่เหล็กใหม่ ๆ เข้ามาดึงกลุ่มลูกค้า รับมือการแข่งขันที่ต้องแอ็กเกรสซีฟและคึกคักหนักหน่วงขึ้น

กลายเป็นโซนกรุงเทพฯตะวันออกที่ แข่งขันกันด้วยศูนย์การค้าโมเดลระดับบิ๊กไซซ์ทั้งนั้น คือซีคอนสแควร์ขนาด 5 แสน ตร.ม., พาราไดซ์ พาร์ค 3 แสน ตร.ม., เซ็นทรัล บางนา 1.25 แสน ตร.ม. และเมกะบางนา 4 แสน ตร.ม.

ทั้ง 4 โครงการทำให้ "เซ็นทรัล บางนา" กลายเป็นศูนย์การค้าที่มีขนาดพื้นที่เล็กกว่าใครเพื่อน

"เรา เตรียมลงทุนครั้งใหญ่ในเซ็นทรัล บางนา โดยต้องการนำสิ่งที่ดีที่สุดและทันสมัยเพื่อตอบสนองความต้องการใหม่ ๆ ของกลุ่มลูกค้า" หัวเรือใหญ่ เซ็นทรัล พลาซา ย้ำถึงสิ่งที่จะต้องมีเข้ามาเติมเต็มและดึงลูกค้า ภายในศูนย์ได้เริ่มทยอย รีโนเวตมาต่อเนื่อง รวมถึงพื้นที่ของห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลได้ลงทุน 300 ล้านบาท นำร่องก่อนหน้านี้สำหรับปรับโฉมครั้งใหญ่ขยายพื้นที่เพิ่มแผนกสินค้าและ เพิ่มแบรนด์ใหม่เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าและขยายทาร์เก็ตในวงกว้าง และปีนี้จะเป็นการลงทุนปรับโฉมในส่วนของพลาซา

เช่น เดียวกับศูนย์การค้า "ซีคอนสแควร์" ที่เริ่มทยอยปรับโฉมทั้งภายนอกและภายใน เตรียมอวดโฉมรับการแข่งขันภายในปีนี้ รวมถึงขยายพื้นที่จอดรถเพิ่มอีก 600 คัน ด้วยงบฯลงทุน 400 ล้านบาท โดยเฉพาะการปรับลานด้านหน้าศูนย์ใหม่เป็นครั้งแรกในรอบกว่าสิบปีที่ผ่านมา ควบคู่กับภูมิทัศน์โดยรอบใหม่ทั้งหมด รวมไปถึงการเพิ่มร้านค้า, ร้านอาหาร เพื่อให้สอดรับกับการขยายฐานลูกค้าระดับบี เสริมจากฐานลูกค้าซีและบีเดิม

ไม่ เพียงเท่านั้น "ซีคอนสแควร์" ได้ส่งทีมออกแบบสอบถาม นอกจากเพื่อเซอร์เวย์ความต้องการของกลุ่มลูกค้าว่า ต้องการและอยากเห็นสิ่งใหม่ ๆ อะไรบ้างแล้วนั้น ยังเป็นการสร้างความมั่นใจว่า "ซีคอน สแควร์" ยังเป็นศูนย์ในใจของกลุ่มลูกค้าย่านนี้อยู่หรือไม่

สอด คล้องกับผลสำรวจที่ออกมาจากลูกค้า "ซีคอนสแควร์" ยังเป็นตัวเลือกแรกที่ลูกค้าจะมาด้วยสัดส่วน 34% ควบคู่กับ จุดขายที่สำคัญคือ พื้นที่ขนาดใหญ่ที่สุดและสินค้า-บริการที่ครบและหลากหลาย เมื่อต้องแข่งขันกับบรรดาผู้ประกอบการใหม่ ๆ ที่เข้ามา

การ ปรับตัวของผู้ประกอบการไม่เพียงเพื่อรับมือกับการแข่งขันรอบใหม่ที่ดุเดือด และเข้มข้นเท่านั้น แต่ยังเป็นการลงทุน รีโนเวตศูนย์เพื่อยกระดับให้พรีเมี่ยมขึ้น สอดคล้องกับกลุ่มทาร์เก็ตที่พักอาศัยในพื้นที่ย่านกรุงเทพฯตะวันออก ซึ่งจะเห็นว่าในช่วงที่ผ่านมามีการขยายตัวของลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูงเพิ่ม ขึ้นเรื่อย ๆ ผลจากการเพิ่มของจำนวนโครงการหมู่บ้านจัดสรรในระดับราคาปานกลาง-ราคาสูง รวม ๆ แล้วกว่า 70 โครงการ และกว่า 43% ของกลุ่มสำรวจมีรายได้ต่อครัวเรือนมีสูงกว่า 5 หมื่นบาทต่อเดือน และมีครอบครัวถึง 2.8 หมื่นครอบครัว มีรายได้สูงกว่า 1 แสนบาทต่อเดือน

ที่ สำคัญทาร์เก็ตในพื้นที่นี้มีความหลากหลาย ครอบคลุมตั้งแต่กลุ่มครอบครัว วัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน จนถึงผู้สูงอายุ รวมถึงชาวต่างชาติที่พักอาศัยอยู่ในละแวกบางนา-ตราด และนิคมอุตสาหกรรมตะวันออก อาทิ ไต้หวัน ญี่ปุ่น จีน ชาวยุโรป

จึง ไม่แปลกที่พื้นที่กรุงเทพฯตะวันออกได้กลายเป็นศึกค้าปลีกที่เต็มไปด้วยบรรดา กลุ่มทุนใหญ่ที่ย้ายสมรภูมิจากใจกลางเมืองมาสู่ชานเมืองตลอดเส้นบางนา-ศรี นครินทร์-พัฒนาการ

Saturday, January 8, 2011

BIG C เปิดแผนรุกสุดตัว ปูพรมสาขาชน TESCO


แนว รบค้าปลีกสะเทือน "บิ๊กซี" เปิดแผนปีหน้าไล่บี้ยอดขาย "เทสโก้ โลตัส" ไม่ลดละ เร่งรีโนเวตปรับสาขาคาร์ฟูร์ที่เพิ่งชนะประมูลแปลงโฉมเป็นบิ๊กซี ส่งสาขาขนาดเล็ก "มินิ บิ๊กซี-บิ๊กซี จูเนียร์" เป็นหัวหอก มั่นใจดันยอดขายก้าวกระโดดทะลุแสนล้าน ด้านเทสโก้ โลตัส บลัฟกลับ เฉพาะปีหน้าเทงบฯลงทุนถึง 7 พันล้าน



หลัง ชนะประมูลซื้อสาขาคาร์ฟูร์ในเมืองไทยกว่า 1 เดือน ล่าสุดแนวทางการรุกตลาดค้าปลีกของบิ๊กซี มีความชัดเจนว่า ในปีหน้า บิ๊กซีจะทยอยปรับเปลี่ยนสาขาของคาร์ฟูร์มาเป็นบิ๊กซี ควบคู่กับการให้ความสำคัญกับการขยายสาขาขนาดเล็ก เพื่อไล่จี้เทสโก้ โลตัส แนวทางดังกล่าวคาดกันว่าจะทำให้การแข่งขันของธุรกิจค้าปลีกกลุ่มนี้เข้มข้น ในทุกมิติ ทั้งราคาขายปลีกและการใช้อำนาจต่อรองกับซัพพลายเออร์ผู้ผลิตและจำหน่าย สินค้า

นาย อีฟ เบรบ็อง ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงแนวทางการดำเนินธุรกิจในปีหน้าว่า จะเน้นไปที่การควบรวมสาขากับคาร์ฟูร์ โดยจะทยอยปรับเปลี่ยนสาขาของคาร์ฟูร์มาเป็นบิ๊กซี ควบคู่กับการขยายสาขาขนาดใหญ่ บิ๊กซี จะให้ความสำคัญกับการเปิดสาขาขนาดเล็ก ทั้งมินิ บิ๊กซี ที่เป็นรูปแบบของคอนวีเนียนสโตร์ และบิ๊กซี จูเนียร์ ที่เป็นซูเปอร์มาร์เก็ตประมาณ 2,000 ตร.ม.



"ช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ภาพรวมตลาดค้าปลีกมีการเติบโตไม่มากนัก แต่จากปัญหาการเมืองที่เริ่มคลี่คลายและเศรษฐกิจฟื้นตัวดีขึ้น มั่นใจว่าภาพรวมปีหน้าจะดีขึ้นตามลำดับ"

การ เพิ่มสาขาขนาดเล็กที่เกิดขึ้น สอดคล้องกับ นายประพันธ์ เอี่ยมรุ่งโรจน์ รองประธานผู้บริหาร ฝ่ายพัฒนาธุรกิจ บิ๊กซี ที่กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า ไตรมาส 2 ที่ผ่านมาได้มีการปรับรูปแบบและโครงสร้างการจัดการของสาขาขนาดเล็ก รวมถึงการตั้งทีมผู้บริหารต่างชาติเป็นผู้ดูแลโดยเฉพาะ ส่งผลให้ยอดขายสาขาขนาดเล็กบางสาขามีการเติบโตเพิ่มขึ้น 40-50%

ขณะ ที่นางสาวจริยา จิราธิวัฒน์ รองประธานฝ่ายการตลาดและการสื่อสาร บิ๊กซี เปิดเผยไว้ก่อนที่การเทกโอเวอร์ คาร์ฟูร์จะเกิดขึ้นว่า ภายใน 3 ปีบริษัทจะเดินหน้าลงทุนครั้งใหญ่รวม 6,000 ล้านบาท เพื่อเปิดสาขาใหม่ 12 สาขา เฉพาะปี 2553 ใช้งบฯ 2,000 ล้านบาท เน้นเปิดในต่างจังหวัดเป็นหลัก

รายงาน ข่าวจากบิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ ระบุว่า การซื้อสาขาของคาร์ฟูร์ ประเทศไทย ทั้ง 42 แห่ง และเมื่อผนวกรวมสาขาเดิมของบิ๊กซีอีก 69 สาขา จะทำให้บิ๊กซีมีสาขาโดยเฉพาะในกรุงเทพฯและปริมณฑลเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ส่งผลให้เติบโตอย่างก้าวกระโดด

สา ขาของคาร์ฟูร์ทั้ง 42 แห่ง แบ่งเป็นไฮเปอร์มาร์เก็ต 34 สาขา ในจำนวนนี้มีพื้นที่ให้ร้านค้าเช่า 37 สาขา เมื่อรวมกับไฮเปอร์มาร์เก็ตของบิ๊กซี ทำให้มีสาขามากถึง 103 สาขา

ใน ส่วนสาขาขนาดเล็กซึ่งมีอยู่ 3 รูปแบบ ได้แก่ 1.มินิ บิ๊กซี เป็นรูปแบบคอนวีเนี่ยนสโตร์ พื้นที่ 160 ตร.ม. คาดว่าสิ้นปีจะมี ทั้งสิ้น 15 สาขา 2.เพรียว บาย บิ๊กซี ร้านจำหน่ายสินค้าเพื่อสุขภาพและความงาม คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีทั้งสิ้น 29 สาขา และ 3.บิ๊กซี จูเนียร์ ซูเปอร์มาร์เก็ตขนาด 2,000 ตร.ม. เพิ่งเปิดตัวแห่งแรกที่ทวีกิจ คอมเพล็กซ์ สระบุรี เมื่อกลางปีที่ผ่านมา และมีแผนเปิดเพิ่มอีก 1 แห่ง ที่พังงา

ขณะ ที่ในส่วนพื้นที่เช่าเมื่อรวมกันแล้วจะมีถึง 584,000 ตร.ม. ช่วยสร้างมูลค่าและยกระดับกลยุทธ์ทั้งในแง่ยอดขายสินค้า และการบริหารจัดการศูนย์การค้า ให้มีศักยภาพมากขึ้น และคาดว่าจะมีรายได้รวมถึง 100,000 ล้านบาทสำหรับปีนี้

ผู้ สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากคาสิโน กรุ๊ป ผู้ถือหุ้นใหญ่บิ๊กซี ชนะการประมูลซื้อสาขาคาร์ฟูร์ในเมืองไทย เมื่อช่วงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ทำให้เทสโก้ โลตัส ผู้นำตลาดโมเดิร์นเทรด ปรับแผนเพื่อเร่งขยายสาขาให้เร็วขึ้นและมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพื่อรักษาความเป็นผู้นำตลาดและรักษาส่วนแบ่งตลาดเอาไว้

เท สโก้ โลตัส ได้ประกาศทุ่มงบฯ 7,000 ล้านบาท ในการเปิดสาขาใหม่ และรีโนเวตสาขาเดิม ส่วนสาขาใหม่จะเน้นทั้งสาขาขนาดใหญ่ที่ในแต่ละปีจะเปิดประมาณ 7-8 แห่ง และสาขาขนาดเล็ก โดยเฉพาะโลตัส เอ็กซ์เพรส ที่จะมุ่งไปที่การเปิดตามห้องแถวในชุมชน เนื่องจากเป็นโมเดลที่เปิดได้ง่ายและเร็ว

ควบ คู่กันนี้ เทสโก้ โลตัส ยังหันมาเน้นการเพิ่มยอดขายและมาร์จิ้นของสาขาเดิมโดยเฉพาะไฮเปอร์มาร์เก็ต ด้วยการปรับเพิ่มสินค้าให้มีความหลากหลายมากขึ้น เพื่อรองรับความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่มีกำลังซื้อสูง จากปกติที่จะเน้นจับกลุ่มลูกค้าระดับซีหรือซีบวกเป็นหลัก

ปัจจุบัน เทสโก้ โลตัส มีสาขารวมทุกโมเดลประมาณ 680 สาขา เป็นไฮเปอร์มาร์เก็ตประมาณ 110 สาขา เทสโก้ คุ้มค่า 35 สาขา ตลาดโลตัส 75 สาขา และโลตัส เอ็กซ์เพรส ประมาณ 450 สาขา
Related Posts Plugin for WordPress, Blogger...